Menu Close

ความต่างระหว่าง Machine Learning, Deep Learning และ AI

ความแตกต่างระหว่าง Machine Learning, Deep Learning, และ AI (Artificial Intelligence) หลายคนก็คิดว่ามันเหมือนกันทั้งหมดนั้นแหละ เพราะมันคือ Ai ทั้งหมด

คำตอบ คือ ใช่ แต่แต่ละอย่างก็มีความแตกต่างในแต่ละแง่มุมออกไปเช่นกันครับ

Machine Learning

Artificial Intelligence (AI) - ปัญญาประดิษฐ์

ความหมาย

  • AI คือ การสร้างระบบที่สามารถทำงานได้เหมือนมนุษย์ หรือ สามารถคิดและตัดสินใจได้ โดยอาศัยข้อมูลที่ได้รับมา
  • AI เป็นแนวคิดกว้างที่ครอบคลุมการพัฒนาเครื่องจักรหรือซอฟต์แวร์ที่สามารถทำงานที่ต้องใช้การตัดสินใจจากมนุษย์ เช่น การประมวลผลภาษา, การรับรู้ภาพ, การตัดสินใจ, หรือแม้กระทั่งการเล่นเกม เอาไปปรับใช้กับหวยไวได้เลย

ตัวอย่าง

  • ระบบตอบคำถามอัตโนมัติ (Chatbot)
  • ระบบแนะนำสินค้าของ Amazon
  • การขับรถอัตโนมัติ (Autonomous driving)

สรุป

  • AI เป็นคอนเซ็ปต์กว้างๆ ที่สามารถครอบคลุมทั้ง Machine Learning และ Deep Learning ด้วย
Machine Learning

Machine Learning (ML) - การเรียนรู้ของเครื่อง

ความหมาย

  • Machine Learning คือ สาขาหนึ่งของ AI ที่เกี่ยวข้องกับการฝึกเครื่องจักรหรือซอฟต์แวร์ให้ เรียนรู้จากข้อมูล และสามารถทำการทำนายหรือตัดสินใจได้โดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องเขียนโปรแกรมที่เป็นขั้นตอนสำหรับทุกการกระทำ
  • ML ใช้ อัลกอริธึม เพื่อ ฝึกโมเดล จากข้อมูลที่มี โดยที่โมเดลสามารถปรับปรุงผลลัพธ์ได้เมื่อได้ข้อมูลใหม่

ตัวอย่าง

  • การจำแนกประเภท เช่น การตรวจจับสแปมในอีเมล
  • การทำนายราคา เช่น การทำนายราคาหุ้นจากข้อมูลในอดีต
  • ระบบแนะนำ เช่น ระบบแนะนำเพลงใน Spotify

สรุป

  • ML เป็นวิธีการที่ ใช้ข้อมูล เพื่อฝึกให้คอมพิวเตอร์สามารถทำการตัดสินใจโดยอัตโนมัติ โดยไม่ต้องเขียนคำสั่งให้ทุกการกระทำ

Deep Learning (DL) - การเรียนรู้ลึก

ความหมาย

  • Deep Learning คือ สาขาย่อยของ Machine Learning ที่ใช้ เครือข่ายประสาทเทียม (Neural Networks) ที่มีหลายชั้น (หรือที่เรียกว่า Deep Neural Networks) เพื่อเรียนรู้ข้อมูลจากแหล่งข้อมูลขนาดใหญ่
  • เป็นวิธีการที่สามารถจัดการกับข้อมูลที่ซับซ้อนและมีขนาดใหญ่ เช่น ข้อมูลภาพ, เสียง, และข้อความได้ดีกว่า ML แบบดั้งเดิม
  • Deep Learning มักจะต้องการข้อมูลจำนวนมากและพลังการประมวลผลสูง

ตัวอย่าง

  • การรู้จำภาพ เช่น ระบบที่สามารถจำแนกวัตถุในภาพ (เช่น Facebook ใช้ Deep Learning ในการแนะนำการแท็กเพื่อนในภาพ)
  • การประมวลผลภาษาธรรมชาติ (Natural Language Processing – NLP) เช่น การแปลภาษา, การสรุปเนื้อหา
  • การขับรถอัตโนมัติ เช่น Tesla ใช้ Deep Learning ในการรับรู้สภาพแวดล้อมและตัดสินใจในการขับรถ

สรุป

  • Deep Learning เป็นการเรียนรู้ที่ ลึกกว่า Machine Learning โดยใช้ เครือข่ายประสาทเทียมที่ซับซ้อน เพื่อจัดการกับข้อมูลที่ซับซ้อนและใหญ่กว่า

ความแตกต่างหลักๆ ระหว่าง AI, ML, และ DL

ปัจจัย

AI (ปัญญาประดิษฐ์)

Machine Learning (การเรียนรู้ของเครื่อง)

Deep Learning (การเรียนรู้ลึก)

คำจำกัดความ

ระบบที่สามารถคิดและตัดสินใจเหมือนมนุษย์

การใช้ข้อมูลในการฝึกโมเดลเพื่อทำนายและตัดสินใจ

การใช้เครือข่ายประสาทเทียมที่มีหลายชั้นในการเรียนรู้ข้อมูลที่ซับซ้อน

ขอบเขต

กว้างมาก ครอบคลุมทั้ง ML และ DL

เป็นสาขาย่อยของ AI

เป็นสาขาย่อยของ ML

ความซับซ้อน

สามารถใช้หลายวิธีรวมถึง ML และ DL

มักจะใช้การเรียนรู้จากข้อมูล

ใช้เครือข่ายประสาทเทียมที่ซับซ้อน

การประมวลผลข้อมูล

มีหลายวิธีการ (ไม่จำเป็นต้องเรียนรู้จากข้อมูล)

เรียนรู้จากข้อมูลโดยใช้อัลกอริธึม

ใช้ข้อมูลจำนวนมากและพลังการคำนวณสูง

ตัวอย่างการใช้งาน

ระบบตอบคำถาม, การเล่นเกม, การตัดสินใจ

การทำนายราคา, การจำแนกประเภทข้อมูล

การรู้จำภาพ, การขับรถอัตโนมัติ, การแปลภาษา

สรุป

  • AI (Artificial Intelligence): คือลักษณะกว้างที่พยายามทำให้เครื่องจักรสามารถทำงานที่ต้องใช้ปัญญาของมนุษย์ เช่น การรับรู้ การตัดสินใจ หรือการเรียนรู้จากข้อมูล
  • ML (Machine Learning): เป็นส่วนหนึ่งของ AI ที่มุ่งเน้นที่การใช้ ข้อมูล เพื่อให้คอมพิวเตอร์สามารถเรียนรู้และทำการทำนายหรือการตัดสินใจได้โดยไม่ต้องเขียนคำสั่งทีละขั้นตอน
  • DL (Deep Learning): เป็นการ เรียนรู้เชิงลึก ที่ใช้ เครือข่ายประสาทเทียม เพื่อจัดการกับข้อมูลที่ซับซ้อนและมีปริมาณมาก